You cannot copy content of this page
ความรัก

5 สาเหตุของอาถรรพ์ความรัก 3,5,7 ปีที่มักจะต้องเลิกกัน

ใครมีความเชื่อเกี่ยวกับอาถรรพ์ความรักในระหว่างช่วงปีที่ 3,5 แล้วก็ 7 กันบ้างคะ? เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่นะคะ แต่ถ้าจะเชื่อก็เชื่ออย่างมีสติจะดีกว่านะคะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในความสัมพันธ์นั้นมันขึ้นอยู่กับคนสองคนมากกว่าค่ะ ซึ่งบทความนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง “5 สาเหตุของอาถรรพ์ความรัก 3,5,7 ปีที่มักจะต้องเลิกกัน” ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเราไปอ่านพร้อมๆกันเลยค่ะ

1.ความเกรงใจกันที่ลดน้อยลง

เนื่องจากการที่คบกันมานานอาจจะทำให้ความเกรงใจที่มีต่อกันนั้นลดลง ซึ่งมันก็มีข้อดีคือสามารถที่จะทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องเกร็งกัน แต่ถ้ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียเป็นธรรมดา เพราะบางครั้งการที่ไม่ต้องมาเกรงใจกันนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์เอาได้ค่ะ

2.เริ่มมองเห็นข้อเสียกันมากขึ้น

ตอนคบกันแรกๆอาจจะไม่ค่อยรู้ข้อเสียของแต่ละคน แต่พอคบกันไปนานๆ ก็มักจะมีข้อเสียของแต่ละคนโผล่มา ซึ่งถ้าต่างฝ่ายต่างยอมรับข้อเสียของกันและกันได้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่บางคู่อาจจะรับไม่ได้ในข้อเสียของอีกฝ่าย และอาจจะทำให้ต้องเลิกรากันไป

3.สังคมและสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงระยะเวลา 3,5,7 ปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่นานมากค่ะ และช่วงเวลาที่นานนี่แหละอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ของแต่ละคู่อย่างมากเลยค่ะ เพราะต่างคนอาจจะต้องไปเจอสังคมใหม่ๆ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความรู้สึก อย่างที่เขาบอกว่าเวลาเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยนตามกาลเวลา

4.รู้สึกเบื่อหน่ายกับความสัมพันธ์เดิมๆ

บางคู่ด้วยการที่อยู่ด้วยกันมานาน อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกันได้ อาจเพราะว่าใช้ช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยกันมานาน อาจจะเกิดความรู้สึกเบื่อกันเป็นธรรมดา และมีความรู้สึกว่าอยากจะเจอความสัมพันธ์ใหม่ๆบ้าง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คู่รักหลายคู่มักจะเลิกรากันเมื่อคบกันไปได้นานๆ เพราะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายนั่นเองค่ะ

5.หลายๆปัญหาที่สะสมทำให้ความสัมพันธ์ต้องล่ม

บางคู่นั้นอาจจะพบเจอปัญหาในช่วงที่คบกันมานานและปัญหาเหล่านั้นสะสม จนสุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน เหมือนรอคอยให้มันปะทุขึ้นมา เพราะถ้าหากต่อให้คบกันมานาน แต่ไม่ช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไปอยู่ดีนั่นเอง

และนี่ก็คือ 5 สาเหตุหลักๆของอาถรรพ์ของคู่รักที่คบกันมานาน 3,5,7 ปี ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นแค่ความเชื่อ ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่าความเชื่อเหล่านี้คือทุกวันนี้คุณกับคนที่คุณรักนั้นรักกันมากพอแล้วหรือยังมากกว่าค่ะ

Related Articles

Back to top button