สวัสดีจ้าบทความนี้เราจะมาเอาใจสำหรับคนที่ชอบเมนูซดน้ำอร่อยๆกัน กับเมนู “ต้มผักกาดดอง” เมนูสุดแสนอร่อยที่จะมาพร้อมกับซี่โครงเปื่อยๆ ที่กินแล้วเข้ากันสุดๆ พร้อมกับน้ำซุปใสๆ ที่ซดทีไรเป็นต้องอร่อยทุกที ถ้าพร้อมกันแล้วเราไปเรียนรู้วิธีการทำ เพื่อที่จะเอามาใช้กันได้เลยค่ะ

วัตถุดิบและเครื่องปรุงในการทำต้มผักกาดดอง

ผักกาดดอง 500 กรัม

น้ำเปล่า 1500 มิลลิลิตร

กระเทียม 2 หัว

รากผักชี 3 ราก

พริกไทย 1 ช้อนชา

กระดูกหมู กระดูกอ่อน และเนื้อหมู 1 กิโลกรัม

น้ำตาล 1 – 2 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีในการต้มผักกาดดอง

เริ่มแรกนั้นให้เราทำการโขลกสามเกลอ ซึ่งได้แก่ รากผักชี กระเทียม พริกไทย ก่อนค่ะ

บางคนจะชอบโขลกแบบหยาบ บางคนก็ชอบแบบละเอียด อันนี้แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ

สำหรับผักกาดดองพระเอกของงานนี้นั้น เราสามารถใช้ผักกาดดองได้ตามตลาดสด หรือใช้แบบซองสำเร็จรูปแล้วก็ได้ค่ะ แนะนำให้ทำการล้างให้สะอาดสัก 2-3 น้ำ แล้วนำมาหั่นให้พอดีคำ หรือจะนำไปต้ม 1-2 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคและเพื่อความสะอาดก็ได้

จากนั้นให้เราเตรียมซี่โครงหมู หรือกระดูกอ่อน แล้วแต่เราชอบ หรือจะเป็นกระดูกหมู หรือส่วนต่างๆของหมูก็ได้ค่ะ

จากนั้นให้เรานำหมูมาต้มกับน้ำร้อน เอาพวกน้ำหมู เลือด ฟองต่างๆที่ลอยอยู่เหนือน้ำตักทิ้งไป เพื่อที่น้ำซุปของเราจะได้ใส ไม่ขุ่น และน่ารับประทานค่ะ

จากนั้นให้เรานำน้ำเติมลงไปในหม้อต้ม ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นลดเป็นไฟอ่อน ถ้าใช้ไฟแรงจนเกินไปอาจจะทำให้เศษเนื้อหลุดออกมาได้ค่ะ ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาตุ๋นประมาณ 30 นาที เพื่อให้หมูเปื่อยได้ที่ หรือหากชอบเปื่อยมากๆก็ใช้เวลานานกว่านั้นก็ได้ค่ะ

เมื่อครบ 30 นาทีหรือเราคิดว่าตุ๋นพอแล้ว ให้ทำการเทผักกาดดองที่เราเตรียมเอาไว้ลงไปได้เลยค่ะ แล้วตุ๋นต่ออีก 30 นาที และใช้ไฟอ่อนๆก็พอนะคะ

เมื่อครบตามเวลาที่เรากำหนด น้ำซุปนั้นจะได้ทั้งความเปรี้ยวและเค็มของผักกาดดองที่เรานำเอาไปต้ม ให้เราทำการชิมแล้วเติมนิดเติมหน่อยหากยังไม่พอดี จนกว่าเราจะพอใจได้เลยค่ะ

พอคิดว่ากลมกล่อมได้ที่แล้วก็ให้ทำการต้มต่อไปอีกสัก 15-30 นาที เพื่อให้ทุกอย่างเข้ากันได้ดียิ่งขึ้น ก็ถือเป็นอันใช้ได้ สามารถนำตักใส่ชานมารับประทานได้เลยค่ะ ถึงแม้ว่าเมนูนี้อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่เชื่อเถอะค่ะว่าที่ใช้เวลานานแบบนี้เพราะมันอร่อยมากๆยังไงล่ะคะ ใครที่อยู่บ้านว่างๆแล้วอยากลองเปลี่ยนเมนูใหม่ก็ลองนำเมนูนี้ไปลองทำที่บ้านได้นะคะ รับรองได้เลยว่าอร่อยมากๆค่ะ

คลิปวิธีทำ

ขอบคุณข้อมูลจาก :คุณ Mai’s Kitchen